จัดฟันไว้ แล้วเราจะมีรอยยิ้มสวยงามไปด้วยกัน

 

จัดฟันเพราะรอยยิ้มคือเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้หญิงสวย หากรอยยิ้ม ยังคงเป็นความอับอาย หรือความไม่พึงพอใจของใครหลายๆคน อายเพราะกล้วว่าจะมีรอยยิ้มที่ไม่สวยงามพอ หรือเขินอายที่จะแสดงการยิ้มโชว์ฟันที่ไม่ได้เรียงซี่สวยมาโดยธรรมชาติ

เพราะคนเราไม่สามารถเลือกที่จะเกิดได้ แต่อย่างไรก้ตามคนเราเลือกที่จะมีรอยยิ้มและๆฟันสวยได้โดยการจัดฟันค่ะ เพื่อนๆหลายคนอาจกำลังเผชิญกับผัญหาหารมีรอยยิ้มที่ไม่สวยงามดังใจที่เคยวาดหวัง อยากจะมีรอยยิ้มสวยเหมือนดาราหนัง ใครสักคน หากในโลกของความเป็นจริง การมีรอยยอ้มสวยนั้น ไม่ได้สามารถก่อกำเนิดได้ง่ายอย่างที่คิดหวังไว้ แต่ก็ไม่อยากเกินใจนะพยายามนะคะ

วันนี้สิ่งที่เราจะมาแนะนำเพื่อนๆกันก็คือการมีรอยยิ้มสวยใส โดยการจัดฟันนั่นเองค่ะการจัดฟันสาทมารถทำได้ทุกเพศทุกวัย และสามารถที่จะสร้างสรรค์รอยยิ้มโชว์ซี่ฟันเรียงตัวสวย เพื่อเพิ่มพูนเสน่ห์อันงดงามของเพื่อนๆ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการจัดฟันนั่นก็คือ เมื่อเราเริ่มโตเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ค่ะ เพื่อรอให้โครงฟันจัดเรียงตัวได้ที่ก่อน เพื่อได้เห็นลักษณะของการเรียงตัวที่ชัดเจน และเพื่อให้รากฟันมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะทำการดัดฟัน ในขณะเดียวกันก็ไม่ให้รากฟันแข็งมากจนยากที่จะดัดฟันไปได้ค่ะ ดังนั้น การดัดฟันที่ถูกต้อง จึงควรทำในช่วงอายุระหว่างประมาณ 15-30 ปีค่ะ นั่นก็คือช่วงที่ฟันแท้ขึ้นหมดอย่างเต็มที่แล้วนั่นเอง

ปิดเทอมนี้ชวนกันมาจัดฟันดีกว่า

ทำฟัน

 

ปิดเทอมนี้เพื่อนๆ อาจไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไรดี เราจึงมีกิจกรรมหนึ่งที่เพื่อนๆอาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วนั่นก็คือการจัดฟันนั่นเอง เพื่อนๆหลายคนอาจจะสงสัย ว่าเหตุอะไรจึงต้องทำการจัดฟันในตอนปิดเทอมด้วย คำเฉลยที่เราจะบอกกับเพื่อนๆก็คือ การจัดฟันในช่วงปิดเทอมนั้นจะทำให้เพื่อนๆมีเวลาในการดูแลรักษาฟัน และนัดพบกับทันตแพทย์ได้บ่อยมากขึ้น นอกจากนี้การดัดฟันในช่วงปิดเทอม ยังจะช่วยให้เพื่อนๆสามารถมีเวลาพักรักษาตัวได้ยาวนานขึ้น เพราะช่วงปิดเทอม เพื่อนๆน่าจะมีเวลาว่างมาก การดัดฟันในช่วงเปิดเทอม อาจจะทำให้เพื่อนไปเรียนอย่างไม่ค่อยจะสบายนัก ทั้งหากเป็นช่วงที่ใกล้ๆกับการสอบแล้วอาจทำให้เพื่อนๆรู้สึกเป็นกังวลใจ ว่าจะทำข้อสอบได้ไม่เต็มที่ เพราะภายหลังการจัดฟันนั้น เพื่อนๆอาจมีอาการปวดระบบเหงือกและฟัน โดยจะมีช่วงที่มีอาการปวดระบมเป็นมากที่สุดคือ ในหนึ่งอาทิตย์แรกหลังทำการดัดฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระยะ 2-3 วัน หลังการดัดฟัน และภายหลังจากนั้นแล้ว อาการปวดระบบนี้จะค่อยๆลดน้อยถองลง และมักจะหายไปหมดภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ปิดเทอมนี้จึงเหมาะสมกับการดัดฟันมากกว่านั่นเองค่ะ โดยเพื่อนๆ อาจจะมีระยะเวลาภายหลังการเริ่มจัดฟันประมาณหนึ่งถึงสามปีค่ะ นอกจากนี้การดัดฟันในช่วงปิดเทอมก็จะทำให้เพื่อนๆสามารถที่จะอดใจไม่กินขนมหวานที่เย้ายวนใจโดยเฉพาะเมื่อมีเพื่อนๆชวนกันไปกินค่ะ

หากไม่สามารถไปคลินิกทำฟันจัดฟันตามที่แพทย์นัดได้ต้องทำอย่างไร?

คลินิกจัดฟัน       สำหรับหลายคนที่มีปัญหาสุขภาพฟัน หรือ ทำการรักษาฟันต่อเนื่องอยู่ที่คลินิกทำฟันใดๆก็ตาม แล้วแพทย์นัดไปพบ แต่เกิดเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถไปพบแพทย์ได้ ก็อาจจะตัดสินใจไม่ไปพบแพทย์เลย เพียงเพราะคิดว่าสิ่งนั้น หรือ ธุระที่จะไปทำนั้นจำเป็นกว่า ซึ่งความจริงแล้วนั้นเป็นความคิดที่ผิดนะครับ อยากจะบอกตรงนี้เลยว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าสุขภาพร่างกายของเราครับ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพฟัน หรือ สุขภาพอื่นๆ ก็ตามแต่ ดังที่เราจะเห็นได้จากคนที่ป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บ แม้มีเงินมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาได้ ฉะนั้นแล้วมาดูดีกว่าว่าหากเราไปคลินิกทำฟันจัดฟันตามหมอนัดไม่ได้จะต้องทำอย่างไร?

       ประการแรกเลยหากเราไปคลินิกทำฟัน ตามที่หมอนัดไม่ได้จริงๆ เราห้ามเงียบไปเฉยๆ โดยไม่แจ้งทางคลินิกครับ ทั้งนี้ หลายคนนั้นเลือกที่จะเงียบไปเฉยๆ บางทีพนักงานที่คลินิกโทรหาก็ไม่รับสายด้วย ซึ่งต้องบอกว่าเป็นวิธีที่ผิดมากครับ เพราะการที่เราไม่ไปตามนัด ก็ถือว่าเป็นผลเสียต่อการรักษามากแล้วครับ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่ต้องทำก็คือหากไปตามนัดไม่ได้จริงๆก็ต้องโทรบอกล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ ทางคลินิกอาจจะได้นัดวันเวลาให้ไปพบก่อนก็เป็นได้ครับ การรักษาจะได้ต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน แต่ถ้าหากว่าวันเวลาที่ทางคลินิกทำฟันจัดฟัน นัดในแต่ล่ะเดือนนั้น เราไม่สามารถว่างไปได้เลย ก็ให้ทำการแจ้งทางคลินิกไปเลยว่าขอให้เค้าเปลี่ยนวันเวลานัดในแต่ล่ะเดือนได้ไหม อาจจะแจ้งความจำนงของเราไปว่าในแต่ละเดือนเราสะดวกหรือว่างวัน และเวลาไหนมากที่สุด

แล้วก็ถ้าหากในกรณีที่ทางคลินิกทำฟัน ที่เรารักษาอยู่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัน และ เวลานั้นได้ อาจจะด้วยทางคลินิกมีคนไข้เยอะ หรือ คุณหมอแต่ละรายคิวเต็ม เราก็อาจจะลองไปติดต่อสอบถามที่คลินิกทำฟันจัดฟัน อื่นๆ แล้วเปลี่ยนที่รักษาก็ได้ครับ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อเรามากกว่า ในการรักษาระยะยาวครับ

จัดฟันแบบพลาสติกใส เพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจ

จัดฟันคลินิกshutterstock_9544411

จัดฟันแบบพลาสติกดีไหม ?” นี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายๆคนสงสัยกันอยู่ใช่ไหมละครับ ซึ่งถ้าจะให้ตอบก็พูดได้เลยว่า “ดีครับ แต่แพง” ซึ่งด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงจึงทำให้คำว่าดีนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความพอดีด้วย ดังนั้นการที่เราจะตอบว่าการจัดฟันแบบพลาสติกใสนั้นเหมาะกับตัวเราหรือไม่อย่างไร มันมากเกินไปหรือเปล่าหรือมันคุ้มค่าจริงๆหรือไม่นั้นเราจึงจะต้องดูปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกด้วย เพราะฉะนั้นในวันนี้เองเราก็จะมาแนะนำการจัดฟันแบบพลาสติกใสให้ทุกๆคนรู้จักและเลือกตัดสินใจจัดฟันต่อได้ถูกต้องครับ

การจัดฟันแบบพลาสติกใส่นั้นก็มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในวงการทันตกรรมว่า “การจัดฟันแบบ Invisalign” ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดฟันประเภทนี้นั้นก็ผลิตมาจากพลาสติกใสตามชื่อเลยครับ ซึ่งเครื่องมือจัดฟันจะถูกออกแบบมาในรูปแบบเฉพาะบุคคล จุดเด่นคือความบางและความใสของพลาสติกที่จะทำให้มองเห็นรอยยิ้มขาวใส ถอดเข้าออกทำความสะอาดได้สะดวก ไม่รู้สึกรำคาญในช่องปากและไม่มีใครทราบว่ากำลังอยู่ในระหว่างการจัดฟัน ซึ่งจะต่างจากการจัดฟันทั่วๆไปที่จะเห็นเหล็กดัดฟันสีสันสดใสอยู่ในปากและผู้จัดฟันจะต้องมีความรู้สึกรำคาญเนื่องจากการเกะกะของอุปกรณ์จัดฟันในช่องปากนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของการจัดฟันแบบพลาสติกใสนี้ก็ประกอบไปด้วย

1.ทำความสะอาดช่องปากได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

การที่เราจัดฟันแบบพลาสติกใสนั้นเราจะสามารถถอดอุปกรณ์จัดฟันเข้าออกจากตัวฟันได้ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือเราจะทำความสะอาดฟันได้สะอาด ทั่วถึงและไม่ต้องเสี่ยงต่ออาการติดเชื้อ ฟันผุต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาเศษอาหารตกค้าง ซึ่งถ้าเราจัดฟันในรูปแบบทั่วไป จะทำให้ทำความสะอาดช่องปากได้ไม่ทั่วถึงในบางจุดครับ

2.รอยยิ้มสวยงาม

เนื่องจากอุปกรณ์จัดฟันโลหะจะทำให้มองเห็นฟันได้ไม่ทั่วถึงและทำให้หลายๆคนที่พอมีอายุและอยู่ในวัยทำงานแล้วรู้สึกเขินอายที่จะต้องสวมใส่อุปกรณ์จัดฟันในที่ทำงานและที่สาธารณะ แต่ถ้าเป็นการจัดฟันแบบพลาสติกใสนั้นจะทำให้ปัญหานี้หมดไปง่ายๆเพราะความใสละความบางของอุปกรณ์จัดฟันจะทำให้ไม่มีใครสังเกตได้เลยว่าเราอยู่ในระหว่างการจัดฟันครับ

ทำไมการจัดฟันในแต่ละคนถึงมีขั้นตอนไม่เหมือนกัน

 

“ทำไมเพื่อนหนูจัดฟันไม่เห็นต้องถอนฟันเลย” “ทำไมหนูต้องดึงยางด้วยเพื่อนไม่เห็นต้องดึงยาง” และคำพูดอีกมากมายในทำนองนี้ก็ชวนให้หลายๆคนเกิดคำถามขึ้นมาว่า “ทำไมทั้งๆที่จัดฟันเพื่อให้ฟันเรียงสวยเหมือนกันแต่กลับมีขั้นตอนการรักษาไม่เหมือนกัน” ซึ่งการที่แต่ละคนมีขั้นตอนในการรักษาไม่เหมือนกันก็อาจจะทำให้มีอาการเซ็งไปตามๆกัน ซึ่งการที่แต่ละคนมีขั้นตอนในการรักษาไม่เหมือนกันนั้นก็ส่งผลโดยตรงกับระยะเวลาในการรักษาด้วยเช่นกัน เช่น บางคนอาจจะใช้เวลาเพียงแค่สองปีการจัดฟันก็เสร็จเรียบร้อยแล้วแต่อีกคนนึงกลับใช้เวลามากกว่าทั้งๆที่เริ่มวันเดียวกัน คลินิกเดียวกัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้คืออะไร เราก็ได้นำมาอธิบายให้ฟังกันแล้วครับ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้คนแต่ละคนมีขั้นตอนในการจัดฟันไม่เหมือนกันนั่นก็เป็นเพราะว่า ในแต่ละคนมีลักษณะโครงหน้าบริเวณฟันและความผิดปกติของฟันที่แตกต่างกันออกไปรวมไปถึงในแต่ละคนก็ยังมีอาการหนักเบาที่แตกต่างกันออกไปนั่นเองครับ ซึ่งระยะเวลาและขั้นตอนในการรักษาที่จะใช้ในแต่ละคนนั้น ทันตแพทย์จัดฟันจะเป็นคนวางแผนตั้งแต่วันแรกที่ทำการพิมพ์ฟันและเอ็กซเรย์ฟัน ซึ่งในบางคนที่มีอาการฟันคุดก็จำเป็นที่จะต้องไปผ่าฟันคุดก่อน หรือบางคนที่มีฟันเกซ้อนก็ต้องผ่าออกก่อน หรือบางคนที่มีอาการเหงือกอักเสบ หรือหินปูนก็ต้องทำการรักษาให้เสร็จสิ้นก่อนเป็นต้น และด้วยสาเหตุนี้เองที่เราต้องเสียเวลาไปกับการรักษาอาการเหล่านี้จนทำให้เสียเวลาในการจัดฟันมากเกินกว่าคนอื่น

เพราะฉะนั้นเราก็คงจะเห็นกันแล้วว่า จริงๆแล้วเรื่องที่น่าห่วงไม่ใช่เรื่องขั้นตอนการจัดฟันที่แตกต่างกันออกไป แต่เป็นระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟัน ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ควรหาเวลามาปรึกษาและให้ทันตแพทย์ตรวจสอบดูอาการความผิดปกติของฟันและรีบจัดฟันให้เสร็จตั้งแต่เนิ่นๆจีกว่าการปล่อยทิ้งไว้และไปจัดฟันทีหลังครับ